คู่หอกช่วยกันซัด ตราไก่ดับกระทิง เถลิงแชมป์ ยูฟ่า เนชันส์ ลีก

 คู่หอกช่วยกันซัด ตราไก่ดับกระทิง เถลิงแชมป์ ยูฟ่า เนชันส์ ลีก

จบลงกันไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย สำหรับศึกฟุตบอล ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาลที่ 2 ประจำปี 2021 แชมป์ตกเป็นของขุนพล “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส กดอัลติใช้สกิล “คัมแบ็ค” อย่างต่อเนื่อง หลังโดน “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน ออกนำไปก่อน แต่ก็มายิงแซงคืนได้ในที่สุด เถลิงแชมป์รายการที่ 5 ต่อจาก 2 แชมป์ยูโร 2 แชมป์บอลโลก ที่พวกเขาเคยทำได้

หลังจบเกม ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเป็นเรื่องประตูชัยของ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ดูเหมือนจะล้ำหน้า มีการแคปจังหวะดังกล่าวเป็นภาพนิ่งเต็มโซเชียล แต่จากการตัดสินของกรรมการ VAR และผู้ตัดสินหลักในเกมนั้นอย่าง แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ได้มองว่า เอริก การ์เซีย นั้นเจตนาเล่นบอลและบอลก็โดนตัวแข้งสเปนจริง จึงทำให้ไม่ล้ำหน้า แต่ดูท่าแล้วต้องถกกันอีกยาว

“ตราไก่” เฉือน “กระทิง” คว้าแชมป์ ยูฟ่า เนชันส์ ลีก หนแรกของชาติ

ศึกฟุตบอล ยูฟ่า เนชันส์ลีก ได้แชมป์ปีล่าสุดเป็นที่เรียบร้อย เป็นทางด้านของขุนพล “เลส์ เบลอส์” ฝรั่งเศส ที่คว้าโทรฟี่ฤดูกาล 2021 ไปครอง หลังจัดการคว่ำ “กระทิงดุ” สเปน ด้วยสกอร์ 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา

เกม ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก รอบไฟนอล จัดกันที่สนาม จูเซปเป้ เมียซซ่า ณ กรุงมิลาน ลูกทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ มากับระบบ 4-3-3 อูไน ซิมอน เป็นนายทวาร แผงหลังประกอบด้วย เอริก การ์เซีย และ อายเมอริค ลาปอร์กต์ รับบทคู่เซนเตอร์ แบ็กขวาซ้ายใช้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า กับ มาร์กอส อลอนโซ่ สองแข้งจาก เชลซี

แดนกลาง 3 คนมี เซร์คิโอ บุสเกตส์ เล่นร่วมกับ กาบี ดาวรุ่งวัย 17 และ โรดรี้ ส่วนสามประสานแดนหน้าเลือกใช้ ปาโบล ซาราเบีย กับ มิเกล โอยาร์ซาบัล ขนาบข้าง หน้าเป้าเป็น เฟร์ราน ตอร์เรส ที่กำลังฟอร์มแรงรับบท “ฟอลส์นายน์”

ลูกทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ช็อง มากับระบบใหม่ 3-4-1-2 ที่ใช้ช่วงหลัง อูโก้ ญอริส นายทวารกัปตันทีมเฝ้าเสาเช่นเคย เซนเตอร์ทั้งสามมี ฌูลส์ คุนเด้, ราฟาแอล วาราน และ เพรสเนล คิมเพมเบ้ วิงแบ็กขวาซ้าย เบนฌาแม็ง ปาวาร์ กับ เตโอ แอร์กน็องเดซ ประจำการ

ยูฟ่า เนชันส์ ลีก

คู่กลางใช้ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ ประสานงานกับ ปอล ป็อกบา จอมทัพใช้ อองตวน กรีซมันน์ สร้างสรรค์เกม หน้าคู่เป็น คาริม เบนเซม่า และ คิลิยัน เอ็ปบัปเป้ ลงล่าตาข่าย

เกมนี้โอกาสครองบอลเป็น สเปน ที่ทำได้เหนือกว่าด้วยจำนวน 62 ต่อ 38 เปอร์เซ็นต์ ส่วนโอกาสยิงนั้นสร้างสรรค์ได้เท่ากันที่ 12 ครั้ง จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0 ยังทำอะไรกันไม่ได้เพราะแท็คติกนั้นทันกันเกือบทุกจังหวะ

เริ่มครึ่งหลังมากว่าจะมีประตูแรกของเกมต้องรอจนนาทีที่ 62 เป็น มิเกล โอยาร์ซาบัล ที่เก็บตกความผิดพลาดของ ดายโยต์ อูปาเมกาโน่ ที่ลงมาเล่นแทน วาราน จากปัญหาอาการบาดเจ็บ พา สเปน ออกนำก่อน

แต่ถัดมาเพียง 2 นาที คาริม เบนเซม่า โชว์ทีเด็ด จัดการปั่นโค้ง ๆ เสียบสามเหลี่ยมสวยงามให้ ฝรั่งเศส ตามตีเสมอ อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเกมอันเข้มขนตลอดเวลาที่เหลือ

ยูฟ่า เนชันส์ ลีก

“เอ็มบัปเป้” ซัดชัย ลูกปัญหา “ออฟไซด์” ทอล์คออฟเดอะทาวน์

อย่างไรก็ตาม “ตราไก่” มาได้ประตูชัยในนาทีที่ 80 จากจังหวะที่ เตโอ แอร์กน็องเดซ แทงทะลุช่องให้กับ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ หลุดเข้าไปโชว์ความเยือกเย็นก่อนซัดผ่าน อูไน ซิมอน เข้าไปให้ ฝรั่งเศส แซงขึ้นนำ 2-1 และกลายเป็นประตูชัยในที่สุด โดยลูกนี้ผู้เล่น สเปน นั้นเข้าไปโวยกรรมการอย่างมากเพราะคิดว่าหอกฝรั่งเศสนั้นล้ำหน้า

แต่จากการเช็คของ VAR ปรากฏว่าทีมงานนั้นวินิฉัยให้ เอริก การ์เซีย ที่พยายามจะสไลด์ตัดบอลนั้นเป็นการ “เจตนา” เล่นบอล ซึ่งก็ตรงตามกฎที่ระบุไว้ เลยทำให้จังหวะที่บอลปลิ้นไปถึง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กลายเป็นจังหวะไม่ล้ำหน้าโดยปริยาย ปล่อยให้โลกโซเชียลรวมถึงสื่อดังต่าง ๆ ถกเถียงกันแบบเผ็ดร้อนเกี่ยวกับจังหวะปัญหานี้

ยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แต่สุดท้ายแล้วเมื่อเกมจบก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ว่า ฝรั่งเศส เป็นผู้ชนะในเกมนัดชิง กลายเป็นโทรฟี่ใบที่ 5 ในรายการทีมชาติต่อจาก แชมป์ยูโร 2 หน และ แชมป์โลก 2 หน ที่พวกเขาทำได้ เรียกว่าอาจเป็นบูสเตอร์ที่ส่งความมั่นใจต่อพวกเขาเดินหน้าลุยป้องกันแชมป์บอลโลก 2022 ณ ประเทศกาตาร์ เลยก็เป็นได้

admin

Leave a Reply

Your email address will not be published.